MoreLifeHack ฉบับที่ 01

เทคนิคการจดบันทึกหลังอ่านหนังสือให้ได้ประโยชน์สูงสุด

เทคนิคการจดบันทึกหลังอ่านหนังสือให้ได้ประโยชน์สูงสุด
ที่มา: Wikimedia Commons

หลายคนอ่านหนังสือจบไปหลายเล่ม แต่กลับจำเนื้อหาไม่ได้เมื่อเวลาผ่านไป การจดบันทึกหลังอ่านเป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยให้สิ่งที่อ่านฝังลึกในความทรงจำและนำไปใช้ได้จริงมากขึ้น

ทำไมการจดบันทึกถึงช่วยให้จำได้ดีขึ้น

การจดบันทึกบังคับให้สมองต้องประมวลผลเนื้อหาที่อ่านอีกครั้งในแบบของตัวเอง แทนที่จะรับข้อมูลเข้ามาเฉยๆ กระบวนการนี้เรียกว่าการทบทวนเชิงรุก ซึ่งงานวิจัยด้านการเรียนรู้หลายชิ้นชี้ว่าช่วยให้ความจำระยะยาวแข็งแรงกว่าการอ่านซ้ำเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้สรุปความคิดออกมาเอง

รูปแบบการจดที่นิยมใช้

รูปแบบการจดบันทึกมีหลายแบบให้เลือกตามความถนัด เช่น การสรุปใจความสำคัญเป็นข้อๆ การเขียนแผนผังความคิดที่เชื่อมโยงแนวคิดต่างๆ เข้าด้วยกัน หรือการเขียนสรุปเป็นย่อหน้าสั้นๆ ด้วยคำพูดของตัวเอง ไม่มีรูปแบบไหนถูกหรือผิด ขึ้นอยู่กับว่าแบบไหนที่ทำให้เรากลับมาทบทวนได้ง่ายที่สุด

จดระหว่างอ่านหรือจดหลังอ่านจบดีกว่ากัน

การจดระหว่างอ่านช่วยจับประเด็นสำคัญได้ทันทีโดยไม่ลืม แต่บางครั้งอาจขัดจังหวะการอ่านและทำให้ภาพรวมขาดความต่อเนื่อง ขณะที่การจดหลังอ่านจบแต่ละบทช่วยให้เห็นภาพรวมชัดเจนกว่า แต่ต้องอาศัยการจำเนื้อหาที่ดีพอสมควร วิธีที่หลายคนใช้ได้ผลคือการขีดเส้นใต้หรือพับมุมหน้าระหว่างอ่าน แล้วค่อยกลับมาสรุปเป็นบันทึกอีกครั้งหลังอ่านจบ

การนำบันทึกกลับมาทบทวน

การจดบันทึกเพียงอย่างเดียวโดยไม่เคยกลับมาอ่านซ้ำ มักไม่ต่างจากการไม่ได้จดเลย การกำหนดช่วงเวลาทบทวนบันทึกเป็นระยะ เช่น หนึ่งสัปดาห์หลังอ่านจบ หรือเมื่อจะเริ่มอ่านเล่มใหม่ในหมวดเดียวกัน จะช่วยเชื่อมโยงความรู้เก่ากับความรู้ใหม่ และทำให้เนื้อหาที่เคยอ่านฝังแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ

เริ่มต้นทำได้แม้ไม่มีเวลามาก

ไม่จำเป็นต้องจดบันทึกอย่างละเอียดทุกเล่มเพื่อให้ได้ผล เพียงเริ่มจากการสรุปสามถึงห้าประเด็นที่ประทับใจที่สุดหลังอ่านจบแต่ละเล่ม ก็เพียงพอที่จะช่วยให้จดจำและนำไปปรับใช้ได้ดีกว่าการอ่านแล้วปล่อยผ่านไปเฉยๆ สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอมากกว่าความละเอียดของบันทึกแต่ละครั้ง